Haijai.com


พี่เลี้ยงคู่ใจของนักผจญภัยตัวน้อยวัย 1-3 ขวบ


 
เปิดอ่าน 786

พี่เลี้ยงคู่ใจของนักผจญภัยตัวน้อยวัย 1-3 ขวบ

 

 

สำหรับลูกวัยเตาะแตะแล้วโลกภายนอกมีสิ่งดีดีที่รอให้นักผจญภัยตัวน้อยเข้าไปเรียนรู้มากมาย ซึ่งผู้ช่วยมือหนึ่งที่เปรียบเหมือนพี่คนโตคอยช่วยคุณแม่เลี้ยงน้องจอมซน คงหนีไม่พ้นอุปกรณ์เสริมชนิดต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ทั้งคุณแม่ และลูกให้ออกไปเรียนรู้โลกกว้างพร้อมๆ กันได้อย่างปลอดภัย ซึ่งในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับพี่เลี้ยงที่ลูกชอบเกาะติดแจแบบที่เรียกว่า งานนี้มีเสียน้ำตา เพราะลูกไม่ยอมปล่อยมือจากพี่เลี้ยงง่ายๆ กันค่ะ

 

 

ซึ่งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในขณะที่คุณแม่นักเดินทางจะมีไว้ติดตั้งประจำรถเวลาพาลูกออกไปข้างนอก คือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือที่เรียกว่า “คาร์ซีท (Car Seat)” ที่เป็นอุปกรณ์ช่วยลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ และลดการบาดเจ็บของร่างกายลูกป้องกันไม่ให้ร่างกายส่วนต่างๆ ของลูกไปกระแทกกับรถ หรือป้องกันไม่ให้ลูกหลุดออกนอกตัวรถในขณะเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น โดยการติดตั้งคาร์ซีทในจุดที่เหมาะสม และปลอดภัยคุณแม่ควรจะติดตั้งบริเวณกึ่งกลางของเบาะหลัง เพื่อช่วยลดการกระแทกที่อาจจะเข้ามาทางด้านข้างของตัวรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น

 

 

โดยวิธีการเลือกคาร์ซีทให้กับลูกคุณแม่ควรเลือกให้เหมาะสมกับวัย และน้ำหนักตัวของลูก

 

1.เด็กแรกเกิดจนถึงเด็กอายุ 12 เดือน ซึ่งมีน้ำหนักตัวไม่เกิน 10 กิโลกรัม คุณแม่ควรใช้คาร์ซีทแบบที่ให้ลูกหันหน้าไปทางด้านหลังรถ พร้อมทั้งปรับคาร์ซีทให้เอนไปกับที่นั่ง โดยให้แนวพิงหลังเอียง 45 องศา เพราะการที่ลูกนั่งเบาะแบบนี้จะช่วยปกป้องศีรษะ ลำคอ และกระดูกสันหลังของลูกจากการกระแทกได้ดีที่สุดค่ะ

 

 

2.เด็กที่มีน้ำหนักตัว 15-18 กิโลกรัม ควรใช้คาร์ซีทแบบมีพนักพิงด้านหลัง เพื่อช่วยในการรับน้ำหนักตัว

 

 

3.เด็กที่อายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปสามารถนั่งตัวตรงได้แล้ว รวมไปถึงมีน้ำหนักตัว 22-25 กิโลกรัม ควรใช้คาร์ซีทแบบไม่มีพนักพิงด้านหลัง

 

 

4.เด็กอายุ 8 ขวบ หรือสูงเกิน 150 ซม. ที่มีส่วนสูงพอที่นั่งแล้วขายาวถึงพื้นพอดี เมื่อคาดเข็มขัดนิรภัยแล้วสายเข็มขัดรัดอยู่ตรงส่วนกระดูกเชิงกรานพอดี โดยส่วนบนของเข็มขัดจะพาดลงมาตรงหน้าอก แต่เข็มขัดไม่พาดลงมาตรงส่วนแขน หรือคอของลูก เมื่อลูกสามารถนั่งได้ในลักษณะนี้ก็สามารถเลิกใช้คาร์ซีทได้แล้วค่ะ

 

 

หลังจากที่คุณแม่พาลูกลงมาจากรถอุปกรณ์อำนวยความสะดวกชิ้นสำคัญที่ช่วยให้คุณแม่สามารถอุ้ม และโอบกอดลูก ทำให้ลูกได้สัมผัสถึงความรัก และความอบอุ่นที่คุณแม่มอบให้ได้ตลอดเวลาในขณะที่พาลูกเดินเล่น คือ “กระเป๋าอุ้มลูก” ที่คุณแม่สามารถอุ้มลูกแบบที่อยู่ข้างหน้า และแบบเป้สะพายด้านหลัง
โดยวิธีเลือกกระเป๋าอุ้มลูกมีวิธีเลือกแบบง่ายๆ ค่ะ

 

 

1.การซื้อกระเป๋าอุ้มเด็กข้างหน้า และแบบสะพายด้านหลัง คุณแม่ควรเลือกกระเป๋าให้มีขนาดพอดีกับขนาดตัวของลูก

 

 

2.เลือกใช้กระเป๋าอุ้มลูกที่ผลิตจากวัสดุที่แข็งแรง ทนทาน เพื่อให้กระเป๋าสามารถรองรับหลังของลูกได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องผลิตจากวัสดุที่มีเบาะรองรับที่นุ่ม เพื่อไม่ให้ลูกรู้สึกเจ็บเมื่อเกิดการกระแทกขึ้น

 

 

3.คุณแม่ควรเลือกกระเป๋าอุ้มลูกที่มีช่องให้ขาลูกสามารถลอดขาออกมาได้ เพื่อป้องกันไม่ได้ลูกลื่นหลุดออกมาจากกระเป๋า และที่สำคัญในขณะอุ้มลูกคุณแม่ควรตรวจสอบว่าสายของกระเป๋ายังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และพร้อมใช้งานหรือไม่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่สายกระเป๋าขาด และทำให้ลูกหล่นจากกระเป๋าจนเกิดอันตรายได้ค่ะ

 

 

การเลือกซื้ออุปกรณ์เสริมให้ลูกน้อยเหตุผลข้อหนึ่งที่สำคัญที่คุณแม่ ควรคำนึงถึง คือ อุปกรณ์ชนิดนั้นๆ มีความปลอดภัย และแข็งแรงมั่นคงเพียงพอหรือไม่ที่คุณแม่จะสามารถไว้วางใจให้อุปกรณ์ชิ้นนั้นเป็นพี่เลี้ยงคู่ใจของลูก ซึ่งคุณแม่ควรใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน และอุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุสาหกรรมที่รับรองว่าอุปกรณ์มีความปลอดภัยเพียงพอต่อการใช้งานค่ะ ถึงแม้อุปกรณ์ชิ้นนั้นจะมั่นคงปลอดภัยแต่ในขณะที่คุณแม่ใช้งานควรมีสติ และใช้อุปกรณ์นั้นด้วยความรอบคอบ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิดค่ะ

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ