Haijai.com


เมื่อลูกเป็นไข้ ระวัง “ไอพีดี” (IPD)


 
เปิดอ่าน 1651

เมื่อลูกเป็นไข้ ระวัง “ไอพีดี” (IPD)

 

 

เช้านี้คุณแม่สังเกตเห็นว่าน้องโมโม่ไม่ร่าเริงเหมือนเคย หยิบตุ๊กตาตัวโปรดมาหยอกล้อ เจ้าตัวดีก็เมินหน้าหนีไม่สนใจเสียอย่างนั้น ลองแตะหน้าผากดู จึงได้รู้ว่าน้องโมโม่เป็นไข้ ตัวร้อนจี๋ สงสัยเป็นเพราะอากาศที่เดี๋ยวร้อนจัด เดี๋ยวฝนตกแน่ๆ ว่าแล้วคุณแม่ไม่รอช้า รีบนำผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดตัวให้ลูก ก่อนจะให้นม แต่เจ้าตัวน้อยหันหน้าหนี คุณแม่จึงได้แต่กล่อมให้ลูกหลับไป

 

 

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง น้องโมโม่ ก็ลืมตาขึ้นมาส่งเสียงร้องได้ คุณแม่รีบเข้าไปอุ้ม เจ้าตัวน้อยหยุดร้องแต่กลับมีอาการเกร็ง ชัก คุณแม่ตกใจมาก รีบนำลูกขึ้นรถบึ่งไปโรงพยาบาลในทันที ในใจเต็มไปด้วยความสับสน เมื่อไปถึงคุณหมอรีบนำตัวน้องโมโม่เข้าห้องฉุกเฉิน ผ่านไปพักใหญ่จึงออกมาบอกคุณแม่ว่า สงสัยว่าน้องจะป่วยด้วยไข้ไอพีดี (ipd)

 

 

ไอ พี ดี (IPD) ได้ยินถี่ๆ แต่ไม่รู้จัก

 

หลังจากได้ฟังคำวินิจฉัยจากคุณหมอ คุณแม่ก็ได้แต่งงว่าไอ พี ดี (ipd) คืออะไรกันแน่ แล้วร้ายแรงแค่ไหน เคยได้ยินบ่อยครั้งแต่เมื่อเจอกับตัวเองถึงได้รู้ว่า เจ้าโรคไอ พี ดี (ipd) ที่ได้ยินบ่อยๆ นั้น เรากลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโรคนี้เลย คุณหมอจึงชี้แจงแถลงไขให้คุณแม่ได้เข้าใจว่า

 

 

โรคไอ พี ดี (ipd) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนิวโมคอคคัส (Pneumococcus)  อย่าง รุนแรง เด็กๆ อาจได้รับเชื้อจากการ ไอ จาม สัมผัสเสมหะหรือน้ำมูกของผู้ที่เป็นพาหะของโรคไอ พี ดี (ipd) เนื่องจากเด็กในวัยนี้ยังมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำอยู่ ดังนั้นหากเด็กเล็กได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายโดยผ่านเยื่อบุของทางเดินหายใจ เชื้ออาจจะบุกรุกเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตได้ ก่อให้เกิดการบุกรุกของเชื้อแบบต่อเนื่องไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้ เช่น กระดูก ข้อ และที่สำคัญคือแพร่กระจายสู่เยื่อหุ้มสมองส่งผลให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบตามมา การแสดงออกของโรคนั้นขึ้นอยู่กับว่าเชื้อโรคจะทำให้เกิดการติดเชื้อที่ส่วนใดของร่างกาย ที่พบได้ คือ

 

 

 การติดเชื้อในกระแสเลือด เด็กจะมีไข้สูง ร้องกวน งอแง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น ช็อก เสียชีวิต นอกจากนี้เชื้ออาจกระจายไปสู่อวัยวะอื่นๆ เช่น เยื้อหุ้มสมองอักเสบ ปอด กระดูก และข้อ เป็นต้น

 

 

 การติดเชื้อในระบบประสาท ทำให้เกิดอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ทำให้มีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน คอแข็งหากเกิดกับเด็กทารกจะวินิจฉัยได้ยาก อาจมีอาการงอแง ซึม ไม่กินนม และชักได้ ถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีอาจเสียชีวิตหรือพิการ หูหนวก หรือปัญญาอ่อน

 

 

 การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้เกิดอาการหูน้ำหนวก มีไข้สูง ปวดหู งอแง ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง การติดเชื้ออาจลุกลามไปที่อวัยวะข้างเคียงหรือสมองได้ และสามารถเกิดหูน้ำหนวกเรื้อรัง แก้วหูทะลุ การได้ยินบกพร่องซึ่งมีผลต่อการพัฒนาการของเด็กด้วย

 

 

 การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น ปอดอักเสบ เด็กจะมีอาการไข้ ไอ หายใจเร็ว หอบ ซึ่งอาจรุนแรง ถึงขั้นต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และเสียชีวิตได้ถ้าได้รับการรักษาล่าช้า

 

 

ป่วยด้วยไอพีดี (IPD) มีทางรักษา

 

แน่นอนว่าโรคนี้รักษาได้ แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีค่ะ โดยแพทย์จะให้การรักษาตามอาการพร้อมทั้งให้ยาปฏิชีวนะเพื่อทำลายเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในร่างกาย ยาปฏิชีวนะที่ใช้ในการรักษาโรคนี้มักเป็นยากลุ่มเพนนิซิลลิน (Penicillin) หรือยากลุ่มเซฟาโลสปอริน (Cephalosporin) หากมาพบแพทย์ได้เร็ว ผลรักษามักเป็นไปด้วยดี แต่ในปัจจุบันพบว่าเชื้อนิวโมคอคคัสดื้อต่อยาเพิ่มมากขึ้น ทำให้เป็นปัญหาต่อการรักษาของแพทย์ แพทย์อาจต้องใช้ยาในปริมาณที่สูงมากขึ้น หรือปรับแผนการให้ยาใหม่โดยดูผลความไวต่อยาของเชื้อในห้องปฏิบัติการมาประกอบการรักษา เมื่อลูกป่วยเป็นโรคไอ พี ดี (ipd) แล้ว หากพาเด็กมาพบแพทย์ไม่ทันอาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้ ดังนั้นหากเจ้าตัวเล็กมีไข้สูง งอแง ซึมผิดปกติ รีบพามาหาหมอจะเป็นการดีที่สุดค่ะ

 

 

ไอ พี ดี (IPD) ป้องกันได้

 

เชื่อว่าคุณแม่หลายท่านคงรู้จักโรคไอพีดี (ipd) เนื่องจากเคยได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคนี้ค่ะ จะว่าไปแล้วการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไอพีดี (ipd) ก็เป็นการป้องกันที่ดีหนทางหนึ่งค่ะ แต่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบด้วยว่าวัคซีนนี้ไม่สามารถป้องกันการเกิดโรคได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้เพราะว่าเชื้อนิวโมคอคคัสมีหลายสายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคไอ พี ดี (ipd) แต่วัคซีนสามารถคุ้มโรคได้ในบางสายพันธุ์เท่านั้น ดังนั้นหากเลือกจะฉีดวัคซีนแล้ว ก็ควรดูแลสุขลักษณะของลูกด้วยการหลีกเลี่ยงการไอ จาม และสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากทุกๆ คน เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยค่ะว่า ใครเป็นพาหะของโรคไอพีดี (ipd) บ้าง

 

 

กลุ่มเสี่ยง ไอ พี ดี (IPD)

 

เด็กทั่วไปโดยเฉพาะที่อายุน้อยกว่า 2 ปี มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไอพีดี (ipd) มากกว่าผู้ใหญ่ นอกจากนี้เด็กยังเป็นพาหะของเชื้อได้นานกว่าผู้ใหญ่ คือพบมีเชื้อในทางเดินหายใจส่วนต้นเฉลี่ย 2-4 เดือน ในขณะที่ผู้ใหญ่เป็นพาหะนาน 2-4 สัปดาห์ โดยเด็กที่มีความเสี่ยงสูงมากเป็นพิเศษต่อโรคไอพีดี (ipd) ได้แก่ เด็กที่ไม่มีม้ามหรือม้ามทำงานไม่ดี เด็กที่เป็นโรคธาลัสซีเมีย เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี เด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เด็กที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต โรคเบาหวาน เด็กที่มีน้ำไขสันหลังรั่วจากความพิการแต่กำเนิดหรือมีกะโหลกศีรษะแตก และเด็กที่ได้รับการผ่าตัดใส่วัสดุเทียมของหูชั้นใน นอกจากนี้เด็กที่อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็ก เด็กที่อยู่กับผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่ และเด็กไม่ได้กินนมแม่จะมีความเสี่ยงต่อโรคไอพีดี (ipd) สูงกว่าปกติด้วย

 

 

Mom Must Know

 

ผู้ใหญ่ ก็เป็นไข้ไอพีดี (IPD)

 

ไม่เพียงแต่เด็กๆ เท่านั้นค่ะ ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงของโรค ผู้ใหญ่ โดยเฉพาะคนสูงอายุ มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ โรคถุงลมปอดโป่งพองหรือมีหลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรัง ก็จัดว่ามีความเสี่ยงเช่นกัน แต่อาจจะไม่มากเท่าเด็กๆ ค่ะ

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ