Haijai.com


เมื่อลูกเรียนเก่ง


 
เปิดอ่าน 582

เมื่อลูกเรียนเก่ง

 

 

เด็กผู้หญิงอายุ 13 ปีที่นั่งตรงหน้าผมนี้ หน้าตาแลดูธรรมดาๆ แถมใส่แว่นตาสายตาสั้นเสียด้วย แต่พอผมเริ่มพูดคุยซักถามประวัติส่วนตัว ผมรู้สึกทึ่งทันที เพราะเธอพูดจาฉะฉานชัดถ้อยชัดคำ โต้ตอบด้วยความมั่นใจ ตอบคำถามตรงประเด็น มีสาระ ความจำดี และพูดประโยคได้ต่อเนื่องหลายประโยคโดยไม่หลงประเด็น รู้ได้ทันทีว่าเธอต้องเรียนเก่งแน่ เมื่อถามว่าเธอสอบได้คะแนนเท่าไร เธอตอบว่าได้ 3.96 และกำลังเรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนดังแห่งหนึ่ง

 

 

พ่อแม่ตกลงใจพาเธอมาหาผม เพราะคิดว่าเธออาจจะมีปัญหาในการคบเพื่อน เพราะเธอเป็นคนเพื่อนน้อย ไม่อยากคบเพื่อนเท่าไร กินข้าวกลางวันคนเดียวบ่อยๆ เมื่อพ่อแม่บอกเธอว่าจะพามาหาจิตแพทย์ เธอบอกว่าไม่ได้บ้าสักหน่อย พ่อแม่อธิบายว่า อยากให้พูดคุยกันเผื่อจะได้รับการแนะนำวิธีสร้างมิตรได้บ้าง เธอก็เข้าใจและเต็มใจมาหา

 

 

ผมสังเกตดูรู้ว่าคุณพ่อเป็นคนมีอารมณ์ขัน หัวเราะบ่อย พ่อบอกว่าเธอเป็นลูกคนเดียว อยากให้เรียนสบายๆ ไม่ให้เครียด ฐานะก็ไม่เดือดร้อน แต่เธอกังวลและเอาจริงเอาจังกับเรื่องการเรียนมาก ส่วนคุณแม่ท่าทางใจดี รักลูก สนับสนุนลูกทุกอย่าง พาไปเล่นกีฬา ดนตรี กิจกรรมหลายๆ อย่าง แต่ลูกไม่ชอบอะไรจริงจังสักอย่าง ดูๆ พ่อแม่ก็น่าดีใจที่ลูกเรียนเก่ง แต่พ่อแม่ก็เฉลียวใจที่เห็นว่าลูกไม่มีความสุขเท่าที่ควรในชีวิตการเรียนและการมีเพื่อน

 

 

เธอเองก็ยอมรับว่ามีเพื่อนน้อย แต่ก็ไม่เดือดร้อนอะไร เพราะรำคาญเพื่อนที่ชอบคุยแต่เรื่องดารา แต่งตัว นินทาคนอื่น และพูดแต่เรื่องไร้สาระ เพื่อนชอบขอลอกการบ้าน เธอให้ลอกตอนแรก ต่อไปก็บอกให้เพื่อนไปทำเอง เพื่อนก็โกรธ เพื่อนไม่ชอบเธอ หาว่าอวดเก่ง ชอบตอบคำถามครูได้ดี แต่ครูทุกคนรักเธอ เพื่อนว่าเธอเป็นคนหยิ่งที่เรียนเก่ง เธอไม่ยอมเป็นหัวหน้าชั้น เพราะไม่อยากเสียเวลาติวเพื่อน และไม่อยากให้เพื่อนลอกข้อสอบ เวลามีปัญหากับเพื่อน ถ้าเธอไม่ผิด เธอจะเถียงและมักเป็นฝ่ายชนะด้วยเหตุผล เพื่อนก็ไม่ชอบเธออีก แม่บอกว่าเธอไม่ชอบดูทีวี ไม่อ่านนิตยสาร ไม่สนใจเรื่องดารา ไม่สนใจมีแฟน ซึ่งเธอก็บอกว่าเป็นความจริง ทำให้คุยกับเพื่อนไม่ค่อยรู้เรื่อง และมักรำคาญเพื่อนว่าพูดจาน่าเบื่อ

 

 

 

ปัญหาของเด็กเรียนเก่งที่เข้าขั้นอัจฉริยะนี้ มักคล้ายๆ กันคือ

 

 โดดเดี่ยว

 

 

 ชอบแยกตัว เข้ากับเพื่อนยาก เพื่อนไม่เข้าใจเธอและเธอก็ไม่เข้าใจเพื่อน

 

 

 เหงา

 

 

 จริงจังกับชีวิตและการเรียน เวลาผิดหวังจะเสียใจมาก

 

 

 ตั้งความหวังสูงในทุกเรื่อง ทำให้มีความกังวลสูง

 

 

 ใจน้อย พูดจาเป็นสาระ ตรงประเด็น เอาแต่ใจตัวเอง ทำให้ไม่ค่อยน่ารัก

 

 

มีเด็กเรียนเก่งหลายๆ คนที่เรียนจบปริญญาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง บางคนได้เหรียญทองด้วย มาปรึกษาด้วยปัญหาคล้ายๆ กัน และทุกคนมักจะยอมรับว่า ตนเองขาดความมั่นใจในตัวเอง ทั้งๆ ที่คนทั่วไปคิดว่าน่าจะมั่นใจตัวเองมาก ท่าทางภายนอกแลดูมั่นใจโดยเฉพาะยามอยู่ต่อหน้าคนอื่น แต่ส่วนลึกในใจจะกังวลมาก กลัวทำได้ไม่ดีเท่าที่คาดหวังเอาไว้ เกรงว่าจะมีคนอื่นเก่งกว่า กลัวคนจะว่าไม่เก่ง ทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง

 

 

บางคนจะเก่งเฉพาะเรื่องวิชาการ แต่เรื่องอื่นๆ ในการดำรงชีวิตและสังคมทั่วไปจะไม่สนใจและไม่รู้เรื่อง เด็กเรียนเก่งส่วนมากจะเครียด เพราะไม่ค่อยชอบเล่นกีฬาหรือไม่สนใจงานอดิเรก จะสนใจเฉพาะเรื่องการเรียนเท่านั้น พ่อแม่ที่รักลูกจะต้องเข้าใจลูกที่เรียนเก่งด้วย จะได้หาทางป้องกัน แก้ไขจุดอ่อนเหล่านี้

 

 

อย่าคิดว่าไม่สำคัญนะครับ!!! เพราะหลายๆ คนที่เรียนเก่งแต่เอาตัวไม่รอด เพราะความเครียด มีความวิตกกังวล ไม่ยืดหยุ่น ย้ำคิดย้ำทำ อารมณ์เสีย โกรธง่าย ก้าวร้าว บางคนชอบแยกตัว เข้ากับคนอื่นลำบาก ทำให้เหงา ว้าเหว่ บางคนสร้างโลกของตัวเองจนกลายเป็นโรคจิตเภทไปก็พบได้ น่าเสียดายครับ!

 

 

ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ