Haijai.com


การโกหก เรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นเสมอ


 
เปิดอ่าน 762

การโกหก

 

 

T.Berry Brazelton, M.D. หรือ ดร.แบรี่ บราเซลตัน ผู้เขียนหนังสือขายดีที่รู้จักกันดีเรื่อง Touchpoints (ทัชพอยต์) เป็นผู้ก่อตั้งแผนกพัฒนาการเด็กในโรงพยาบาลบอสตัน และเป็นศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ ที่แผนกการแพทย์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้กล่าวไว้ว่า

 

 

เมื่อลูกโกหกทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ดี นี่เป็นโอกาสที่ดีของพ่อแม่ที่จะสอนวินัยให้กับเขา ลูกของคุณรู้ถึงความแตกต่างระหว่างถูกกับผิด พ่อแม่ควรใช้ความเข้าใจนี้ของลูกให้เป็นประโยชน์ ด้วยการสอนให้เขารู้ว่าการโกหกไม่ได้ช่วยแก้ไข หรือเปลี่ยนความผิดของเขาให้กลายเป็นสิ่งที่ถูกต้องได้ การเรียนรู้ว่าคำโกหกไม่ได้ช่วยเปลี่ยนสิ่งที่ผิดให้กลายเป็นเรื่องที่ถูกได้ เป็นขั้นแรกของการเรียนรู้ถึงความซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ในระยะยาว ที่พ่อแม่จะต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่างกับลูกน้อยด้วย

 

 

การโกหก เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นเสมอในเด็กเล็ก เป็นพฤติกรรมที่เด็กใช้ในการเรียนรู้ที่จะอยู่บนโลกใบนี้ ที่มีหลายสิ่งหลายอย่างไม่เป็นไปตามความต้องการของเขา การโกหกช่วยให้โลกเป็นไปตามความต้องการของเขา จนกว่าจะถึงเวลาที่เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริง เด็กมีแนวโน้มที่จะอยากได้ หรือคว้าเอาของของคนอื่นมายึดครองไว้ หรือทำในสิ่งที่ตัวเขาเองก็รู้ว่าไม่ควร และไม่ยอมรับว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นผิด เขาจะใช้วิธีโกหกเมื่อเขาไม่สามารถหักห้ามใจจากความปรารถนาของตัวเองได้

 

 

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าความปรารถนาที่อยากจะเป็น “เหมือนคุณแม่” เป็นสิ่งที่ยากจะควบคุมได้ สาวน้อยอาจแอบเอาชุดของคุณแม่มาสวมในโอกาสที่ทุกคนเผลอ หลังจากนั้นเธออาจโกหกว่าเธอไม่ได้เป็นคนทำให้ชุดของคุณแม่สกปรก เมื่อได้ยินคุณแม่พูดขึ้นมาว่า “ใครทำเสื้อผ้าแม่สกปรก” เธอจะโกหกเพือ่ปกปิดหลักฐานจากความผิดที่ตัวเองเผลอทำให้ปรากฏขึ้นมาฟ้อง “แมวทำ” กรณีนี้พ่อแม่ควรจัดการอย่างไร?

 

 

ขั้นแรกพ่อแม่ควรยอมรับสิ่งที่ลูกปรารถนาเสียก่อน คำโกหกของเธอเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยาก คุณอาจพูดกับเธอว่า “เราต่างก็รู้ดีว่าสิ่งที่หนูพูดไม่ใช่ความจริง แม่เข้าว่าหนูอยากใส่ชุดแม่เล่น แต่แม่ไม่ชอบเลยที่หนูโกหก หนูไม่จำเป็นต้องโกหกก็ได้ เพราะแม่ทนรับความจริงได้ และหนูเองก็เหมือนกันนะจ๊ะ” การว่ากล่าวอบรมลูกด้วยอารมณ์ที่หนักแน่นใจเย็น จะทำให้ลูกเข้าใจว่าเธอไม่จำเป็นต้องโกหกพ่อแม่เลย

 

 

ถ้าหากนิสัยโกหกของเด็กยังคงดำเนินต่อไปและเป็นมากขึ้น ก็อาจถึงเวลาที่พ่อแม่จะต้องถามตัวเองแล้วว่า ทำไมลูกจึงยังคงพยายามที่จะดิ้นรนในข้อจำกัดของสิ่งที่เขาต้องการ และถึงเวลาที่คุณควรตั้งคำถามว่าทำไมเขาจึงรู้สึกว่าต้องโกหกคุณจนแนบเนียนขนาดนั้น เด็กที่โกหกบ่อยๆ เพื่อต้องการปกปิดในสิ่งที่เขาทำ มักต้องการความช่วยเหลือจากพ่อแม่ที่จะสอนให้เขารู้จักการใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้โดยยอมรับความผิดหวัง ซึ่งเป็นสิ่งที่เคียงคู่กับมนุษย์ในวิถีทางที่ควรจะเป็น

 

 

ก่อนอื่นเด็กจะต้องรู้ว่าสิ่งที่เขาปรารถนา แม้จะไม่สามารถเป็นไปได้แต่ก็สามารถยอมรับและเข้าใจได้ ถ้าลูกรู้ว่าเขาสามารถบอกให้พ่อแม่รู้ถึงความปรารถนาของเขาได้โดยที่เขาไม่ถูกตำหนิดูแคลน และเมื่อพ่อแม่รู้แล้วและสามารถช่วยเขาให้ควบคุมอารมณ์ปรารถนาที่ไม่สมหวังของตัวเองได้ เขาก็จะไม่จำเป็นต้องโกหก ในทางตรงกันข้ามถ้าพ่อแม่วิพากษ์วิจารณ์คำโกหกของเขา เด็กก็จะโกหกต่อไป โดยที่พ่อแม่เองก็ไม่รู้ถึงความต้องการที่แท้จริงของเขา ขณะที่ตัวเด็กเองจะรู้สึกว่าเขาอยากให้พ่อแม่มีความยุติธรรมต่อความปรารถนาของเขา โดยที่ไม่สนใจในความผิดฐานโกหกของตัวเอง

 

 

พ่อแม่มีหน้าที่ที่จะต้องทำให้ลูกรู้ว่าการโกหกเป็นพฤติกรรมที่ไม่สามารถยอมรับกันได้ และเด็กสามารถที่จะเลิกพฤติกรรมโกหกได้ ถ้าหากเขารู้ว่าจริงๆ แล้วเขาไม่จำเป็นต้องโกหก ด้วยการเรียนรู้พฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องนี้ด้วยตัวเอง แต่การที่พ่อแม่ไปดุว่าเขามากเกินไป เขาก็อาจมุ่งความสนใจไปที่ความต้องการปกป้องตัวเองจากการถูกตรวจสอบพฤติกรรมของพ่อแม่ก็เป็นได้ ถ้าลูกของคุณยังคงโกหกต่อไปอีก บางทีพ่อแม่อาจต้องพาเขาไปพบนักพัฒนาการเด็กเพื่อช่วยค้นหาสาเหตุที่ทำให้เขารู้สึกว่าจำเป็นต้องโกหกด้วย

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ