Haijai.com

รู้จักกับไวรัสโรต้ากันก่อน

รู้จักกับไวรัสโรต้ากันก่อน


 
เปิดอ่าน 1128

ไวรัสโรต้า มันมากับหน้าหนาว

 

 

ย่างเข้าหน้าหนาวแล้ว ดูเหมือนว่าปีนี้อากาศจะหนาวกว่าปีที่แล้วมากทีเดียว หากร่างกายเราปรับตัวไม่ทันก็อาจล้มป่วยลงได้ แล้วนับประสาอะไรกับลูกน้อยล่ะคะ ที่ร่างกายมีภูมิต้านทานต่ำทำให้เชื้อโรคเล่นงานเขาได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเชื้อโรคที่มาพร้อมกับอากาศหนาวที่อันตรายและน่ากลัว คงหนีไม่พ้น ไวรัสโรต้า (Rotavirus)

 

 

รู้จักกับไวรัสโรต้ากันก่อน

 

ไวรัสโรต้า เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุหลักของโรคลำไส้อักเสบในทารกและเด็กเล็ก ทำให้เกิดอาการอาเจียนและท้องร่วงรุนแรง เสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดน้ำมากที่สุด ไวรัสโรต้าเป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายมาก ชอบแฝงตัวอยู่ตามสิ่งของ เช่น ของเล่นเด็ก และสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานหลายชั่วโมง อยู่ได้นานเป็นวันๆ ซึ่งหากลูกน้อยนำสิ่งของหรือมือที่เปื้อนเชื้อโรคเข้าทางปาก ก็จะทำให้รับเชื้อไวรัสนี้เข้าไปได้อย่างง่ายดาย

 

 

อาการที่บ่งบอกว่าลูกน้อยโดนไวรัสโรต้าเล่นงานเข้าแล้ว

 

1.หลังจากเด็กได้รับเชื้อประมาณ 1-2 วัน จะมีอาการเริ่มต้นด้วยการมีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน กรณีที่อาการไม่รุนแรง อาการไข้และอาเจียนมักจะหายได้เองภายใน 2-3 วัน

 

 

2.อาการที่พบได้บ่อยคือ อาการปวดท้อง ท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำหรือถ่ายเป็นฟองหลายๆ หน บางคนอาจมีน้ำมูกไหลและไอร่วมด้วย อาการท้องเสียอาจเป็นนานได้ถึง 7-10 วัน

 

 

อันตรายถึงชีวิต

 

1.อาการอาเจียนและท้องเสียนั้น เด็กบางคนอาจมีอาการไม่รุนแรง เพียงดูแลตามอาการก็จะดีขึ้นจนหายไปได้เอง แต่บางรายอาจมีอาการรุนแรงจนทำให้กินอาหารไม่ได้ ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรุนแรง อาจทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้

 

 

2.ในรายที่เป็นรุนแรง เชื้อไวรัสโรต้าจะทำลายเยื่อบุลำไส้ ส่งผลให้น้ำย่อยที่ใช้ย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมมีปริมาณลดลง ทำให้เกิดอาการท้องเสียมากขึ้น ถ่ายเหลวกะปริดกะปรอย ท้องอืด เวลาถ่ายจะมีแก๊สหรือลมออกมาด้วย ถ่ายเป็นอุจจาระพุ่ง และผิวหนังบริเวณก้นรอบทวารหนักจะมีผื่นแดง ถ้ายังให้เด็กกินนมตามปกติจะยิ่งทำให้มีอาการท้องเสียเรื้อรังไม่หายและเป็นโรคขาดอาหารได้ ดังนั้นการดูแลรักษาที่ถูกต้องจะช่วยให้ลูกหายเร็ว ไม่มีอาการแทรกซ้อนรุนแรงจนเกิดผลเสียหรืออันตรายต่อชีวิต

 

 

ไม่มียา แล้วรักษาอย่างไร

 

ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะ เนื่องจากโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยเหลือลูกเบื้องต้นก่อนพาลูกไปหาหมอได้ ดังนี้

 

1.ให้ลูกดื่มน้ำเกลือแร่ที่เหมาะสำหรับเด็กท้องเสีย อาจจะเป็นชนิดน้ำสำเร็จรูปหรือผงเกลือแร่ละลายน้ำต้มสุกก็ได้

 

 

2.ให้ลูกจิบหรือดื่มน้ำเกลือแร่ทีละน้อยแต่บ่อยๆ ไม่ควรให้ลูกดื่มครั้งละมากๆ เพราะเขาจะอาเจียนหรือถ่ายเหลวออกมาหมด

 

 

3.ไม่ควรใช้น้ำอัดลมและน้ำเกลือแร่ชนิดขวดสำหรับนักกีฬาผสมให้ลูกดื่ม เพราะปริมาณน้ำตาลและเกลือแร่ไม่เหมาะสมกับเด็ก

 

 

4.ถ้าลูกมีภาวะขาดน้ำอย่างรวดเร็วและรุนแรงคือ นอนซึม ไม่เล่น ไม่ร่าเริงเหมือนตามปกติ ปากแห้งมาก ปัสสาวะน้อยลงหรือปัสสาวะสีเหลืองเข้ม เบ้าตาโหล ให้รีบพาลูกส่งโรงพยาบาลทันที

 

 

จะป้องกันได้อย่างไร

 

1.ล้างมือให้ลูกน้อยบ่อยๆ

 

 

2.รักษาสุขอนามัยของสมาชิกในบ้าน และบริเวณที่ลูกชอบเล่น รวมถึงหมั่นล้างของเล่นเสมอๆ

 

 

3.เตรียมอาหารของลูกน้อยให้สุก สะอาด ถูกสุขลักษณะ โดยการผ่านความร้อน

 

 

4.การดื่มนมแม่จะช่วยให้ลูกมีภูมิคุ้มกันได้ในระดับหนึ่ง ถึงแม้จะติดเชื้อไวรัสโรต้าก็จะไม่มีอาการหรือมีน้อย เพราะภูมิคุ้มกันในนมแม่ช่วยในการกำจัดเชื้อได้

 

 

5.ปัจจุบัน มีวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าชนิดกิน ซึ่งเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูง มีความปลอดภัยสูง ใช้ได้อย่างสะดวก ช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้

 

 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคไวรัสโรต้า

 

 เด็กในวัย 6 เดือนถึง 2 ขวบมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงจากไวรัสโรต้าได้มากที่สุด

 

 

 ครึ่งหนึ่งของทารกที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจากโรคอุจจาระร่วง มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสโรต้า

 

 

 เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบแทบทุกคนต้องเคยติดเชื้อไวรัสโรต้าอย่างน้อย 1 ครั้ง

 

 

 ไวรัสโรต้าทำให้เด็กทั่วโลกต้องเข้าโรงพยาบาลมากกว่า 2 ล้านครั้งต่อปี

 

 

 3 อาการเด่นของโรคคือ ไข้ อาเจียน และถ่ายเหลว

 

 

 การดูแลความสะอาดเพียงอย่างเดียวไม่สามารถป้องกันไวรัสโรต้าได้

 

 

นพ.พรเทพ สวนดอก

กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อ

ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ

(Some images used under license from Shutterstock.com.)

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : รู้จักกับไวรัสโรต้ากันก่อน