Haijai.com


ตาเหล่ อาการและสาเหตุคืออะไร


 
เปิดอ่าน 1668

ปรับตาเข ให้มีเสน่ห์ชวนมอง

 

 

เคยสังเกตไหมว่าบางคนมีใบหน้าสวยหวาน คมคายหรือหล่อเหลา แต่จะมีจุดหนึ่งที่เวลามองแล้ว สามารถสังเกตได้ว่าไม่ใช่ความปกติของใบหน้าและเป็นจุดที่สังเกตเห็นได้ง่าย นั่นก็คือ “ดวงตา” บางคนสวยหล่อ แต่มีอาการของ “ตาเข” หรือ “ตาแหล่ ตาส่อน” ซึ่งอาจทำให้คนที่ได้มองสะดุดไปกับดวงตาคู่นี้ได้ หากอาการนี้มีเพียงเล็กน้อยอาจไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และไม่ได้เป็นการบดบังความสวยหล่อแต่อย่างใด ตรงกันข้าม ในผู้ที่ประสบกับปัญหาตาเหล่ในขั้นรุนแรง อาจส่งผลต่อการมองเห็นและอาจมีโรคร้ายแรงแอบซ่อนอยู่ได้

 

 

ตาเหล่คืออะไร

 

ตาเหล่ คือ ปัญหาในการมองเห็นอย่างหนึ่ง โดยตาทั้งสองข้างไม่ได้มองไป ณ จุดเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน อาการตาเหล่ส่วนใหญ่มักพบในวัยเด็ก บางครั้งเรียกว่าตาเข หรือตาส่อน โดยปกติแล้ว กล้ามเนื้อรอบดวงตาจะทำงานไปด้วยกัน ในการกลอกตาทั้งคู่ไปมาในทิศทางเดียวกัน และในเวลาเดียวกัน อาการตาเหล่เกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อรอบดวงตาไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของดวงตา และทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาไม่สามารถทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็น อาจทำให้ตำแหน่งของดวงตาหลุดออกจากจุดที่ควรจะเป็น ส่งผลให้สมองอาจไม่สามารถรวมภาพได้ว่า ตาข้างหนึ่งมองเห็นภาพอะไร และตาอีกข้างมองเห็นภาพอะไร

 

 

เด็กส่วนใหญ่ที่มีอาการตาเหล่ หากมได้รับการรักษาในเวลาอันควร เมื่อโตขึ้นอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาในการมองเห็น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าในวัยเด็กไม่มีการใช้งานสายตาข้างที่เหล่ เมื่อโตขึ้นก็จะทำให้มีความผิดปกติในเรื่องของพัฒนาการในการมองเห็น ที่เรียกว่าตาขี้เกียจหรือตามัวได้ นอกจากนี้ การมีภาวะตาเหล่อาจทำให้เด็กสูญเสียความมั่นใจในตนเอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ภายนอก และทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง เด็กตาเหล่อาจถูกล้อเลียนจากเด็กคนอื่นๆ ที่มีสายตาปกติ ดังนั้น หากพบว่าบุตรหลานของคุณมีภาวะดังกล่าวนี้ ควรให้กำลังใจเขาในการดำเนินชีวิต และรีบพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาและหาแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง

 

 

อะไรที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการตาเหล่

 

อาการตาเหล่ในวัยเด็กยังไม่ค้นพบถึงสาเหตุที่แน่ชัด ถึงแม้ว่าจะมีแนวโน้มที่จะเกิดจากพันธุกรรมก็ตาม ในบางครั้งอาการตาเหล่เกิดขึ้นเพื่อชดเชยปัญหาในการมองเห็นในส่วนอื่นๆ เช่น สายตายาว หรือต้อกระจก สาเหตุอื่นที่สามารเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดตาเหล่ในวัยเด็ก ยังรวมถึงความเจ็บป่วยที่มีผลกระทบต่อกล้ามเนื้อและเส้นประสาทในช่วงที่หญิงตั้งครรภ์คลอดก่อนกำหนด, ดาวน์ซินโดรม, การบาดเจ็บที่ศีรษะ รวมทั้งปัญหาอื่นๆ

 

 

ในผู้ใหญ่พบว่าตาเหล่อาจเกิดจากพัฒนาการทางสายตาที่ผิดปกติ หรือเกิดจากความเสียหายของหลอดเลือดรอบดวงตา การสูญเสียความสามารถในการมองเห็นจากเนื้องอกตา หรือเนื้องอกในสมอง โรคคอพอก ตาโปน หรือ โรคเกรฟส์ (Graves’ disease) โรคหลอดเลือดสมองและความผิดปกติของกล้ามเนื้อเส้นประสาท ที่สามารถเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดตาเหล่ในผู้ใหญ่ได้

 

 

สัญญาณเบื้องต้นที่อาจบ่งบอกถึงอาการตาเหล่

 

 ตาทั้งสองข้างไม่ได้มองไปในทิศทางเดียวกันในเวลาเดียวกัน (หากดวงตาของเด็กๆ ไม่เคลื่อนเพียงเล็กน้อยคุณอาจจะไม่สังเกตเห็น)

 

 

 ตาทั้งสองข้างไม่เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน

 

 

 ตาเหล่หรือตาปิดลงข้างหนึ่งเมื่อเจอแสงจ้า

 

 

 ต้องเอียงหรือหันศีรษะเมื่อจะมองไปยังวัตถุ

 

 

 เดินชนโน่นชนนี่ (เนื่องจากตาเหล่จะมีข้อจำกัดในการรับรู้เชิงลึก)

 

 

ประเภทของอาการตาเหล่

 

โดยหลักแล้วอาการตาเหล่แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ด้วยกัน คือ

 

1.ตาเหล่ ตาเข คือ ลักษณะของตาทั้งสองข้างไม่ขนานกัน เมื่อมองวัตถุตรงจุดเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ตาขวาอาจจะเหล่เข้าด้านในหรือเหล่ลงล่าง

 

 

2.ตาขี้เกียจ (Lazy Eyes) คือ ลักษณะของตาที่มัวลง หากประสบกับภาวะนี้ตั้งแต่เกิด จะสามารถรักษาให้หายได้ภายใน 2-3 ขวบ แต่หลังจากนี้แล้ว หากไม่ได้รับการรักษา จะไม่สามารให้สายตากลับมาเป็นปกติได้ ดังนั้น หากผู้ปกครองพบว่าบุตรหลานมีลักษณะของสายตาขี้เกียจ ควรเริ่มรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ

 

 

3.ตาเหล่เทียม (Pseudo strabismus) มักพบในเด็กที่บริเวณสันจมูกยังโตไม่เต็มที่ และบริเวณหัวตากว้าง (Epicanthus) จึงทำให้ดูเหมือนกับตาเหล่เข้าด้านใน แต่เมื่อตรวจวินิจฉัยแล้ว กลับไม่พบอาการตาเหล่ และเมื่ออายุมากขึ้น สันจมูกมีดั้งสูงขึ้น ภาวะดังกล่าวนี้ก็จะหายไป

 

 

ลักษณะของตาเหล่

 

 ตาเหล่เข้าใน (Esotropia) เป็นลักษณะของตาเหล่ที่พบได้บ่อยที่สุด โดยตาข้างหนึ่งจะอยู่ตรงกลางในตำแหน่งปกติ ส่วนตาอีกข้างหนึ่งเหล่เข้าใน

 

 

 ตาเหล่ออกนอก (Exotropia) เป็นลักษณะของตาเหล่ที่พบได้รองลงมา โดยตาข้างหนึ่งจะอยู่ตรงกลางในตำแหน่งปกติ ส่วนตาอีกข้างหนึ่งเหล่ออกนอกหรือกลอกออกมาทางหางตา

 

 

 ตาเหล่ขึ้นบน (Hypertropia) หรือตาเหล่ลงล่าง (Hypotropia)

 

 

แนวทางการรักษาตาเหล่

 

แนวทางการรักษาหลักๆ แล้วมี 3 วิธีด้วยกัน คือ การแก้ปัญหาเรื่องสายตา ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ก่อนที่จะเกิดอาการตาเหล่ ส่วนวิธีต่อมาคือการบริหารกล้ามเนื้อตา โดยการใช้แว่นตาปริซึม (Prism) และวิธีสุดท้ายคือการผ่าตัด หากพบภาวะนี้ในวัยเด็ก แพทย์จะตรวจสุขภาพตาว่ามีภาวะตาขี้เกียจหรือไม่ หากมีภาวะตาขี้เกียจ แพทย์จะทำการรักษาภาวะนี้ก่อน โดยการพยายามให้เด็กใช้สายตาข้างที่เป็นปัญหา โดยการปิดตาข้างดี เพื่อที่จะได้เกิดพัฒนาการในการใช้สายตา มีการฝึกกล้ามเนื้อตา โดยใช้เครื่องมือสำหรับฝึกการใช้สายตาโดยเฉพาะ

 

 

รวมทั้งตรวจว่ามีความผิดปกติทางสายตา คือ สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง หรือไม่ หากเด็กมีภาวะสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง แพทย์จะแนะนำให้ตัดแว่นสายตาใส่ เพราะอาจช่วยให้เด็กบางรายหายจากอาการตาเหล่ได้ แต่หากเป็นมากก็อาจจะต้องเข้ารับการรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อทำการรักษาในเด็กอายุไม่เกิน 7 ขวบ เมื่อพ้นช่วงวัยนี้ไปแล้ว ตาข้างที่เหล่ก็อาจจะพิการอยู่อย่างถาวร จนยากที่จะแก้ไขได้ หากพบภาวะตาเหล่เป็นครั้งคราวในเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน ผู้ปกครองควรเฝ้าติดตามอาการ ถ้าไม่มีสาเหตุผิดปกติใดๆ อาการตาเหล่มักจะหายได้เอง ส่วนในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ อาการตาเหล่อาจสงสัยว่ามีสาเหตุมาจากโรคอื่นๆ ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจหาสาเหตุและทำการรักษาต่อไป

 

 

การพักฟื้นหลังผ่าตัด

 

หลังผ่าตัดแพทย์จะให้ปิดตาข้างที่ผ่าตัดเป็นเวลาหนึ่ง จากนั้นคนไข้จึงสามารถเปิดใช้สายตาได้ตามปกติ สำหรับเด็กเล็กจะใช้ที่ครอบปิดตาเวลานอน เพื่อป้องกันเด็กขยี้ตา ให้ทำความสะอาดดวงตาวันละครั้ง และหยอดตาวันละ 4 เวลา จนกระทั่งแผลหายสนิท ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ หลังผ่าตัดไม่จำเป็นต้องตัดไหม เพราะไหมจะละลายแล้วหลุดไปเอง จากนั้นจึงมาพบแพทย์ตามนัด เพื่อติดตามดูอาการและความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ซึ่งภายใน 1 เดือน คนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดโดยส่วนใหญ่จะเห็นผลการรักษาที่ดีขึ้น พบว่ามีการมองที่เป็นปกติ นอกจากนั้น ผู้ที่ประสบภาวะตาเหล่จากอุบัติเหตุ หลังการรักษาจะเห็นผลดีขึ้นในเวลา 6 เดือน

 

 

สำหรับคนที่มีปัญหาทางสายตา ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง หรือตาเหล่ ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ทำให้ศักยภาพในการมองเห็นลดลง การเข้ารับการรักษาแก้ไข จะทำให้ตากลับมาอยู่ในภาวะปกติ ทำให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น รวมทั้งยังส่งเสริมในเรื่องของบุคลิกภาพอีกด้วย

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ