Haijai.com


อาการกรี๊ดพฤติกรรมเด็กวัย 1-3 ขวบ


 
เปิดอ่าน 1060

อาการกรี๊ดพฤติกรรมเด็กวัย 1-3 ขวบ

 

 

PROBLEM

 

กรี๊ดดดดดดดดดด... เสียงแหลมๆ เล็กๆ ดังมาจากบ้านข้างๆ เจ้าตัวเล็กบ้านนี้ก็ขึ้นชื่อว่าถ้าไม่ถูกใจ มีใครมาขัดใจอะไรล่ะก็ เป็นต้องร้องกรี๊ดไว้ก่อน จนทั้งคนในบ้าน นอกบ้านต่างเหนื่อยใจไปตามๆ กัน เพราะว่ามันไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่พากันมาหลายระลอก ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงที่ไหน แก้ยังไงกันล่ะทีนี้

 

 

การกรี๊ดนี่ถือเป็นพฤติกรรมซึ่งแสดงออกถึงความโกรธที่เป็นปกติของเด็กในวัย 1-3 ปีอยู่แล้วค่ะ เพราะว่าในช่วงนี้เด็กยังพูดไม่เก่ง มีภาษาที่จะสื่อสารถึงความโกรธที่อยู่ในใจอย่างจำกัด การระบายออกจึงใช้การตะเบ็งเสียง หรือออกเสียงกรี๊ดออกมานั่นเองค่ะ

 

 

แต่บางครั้งแม้ว่าจะไม่มีอาการที่ไม่พอใจ หรือโกรธเรื่องใด แต่ก็ยังกรี๊ดอยู่ดี เป็นเพราะอะไรล่ะเนี่ย

 

 

SOLUTION

 

การกรี๊ดเป็นการเรียกร้องความสนใจอย่างหนึ่ง ไม่มีเด็กคนไหนหรอกค่ะที่กรี๊ดได้กรี๊ดดี กรี๊ดมันทุกที่ไป แต่การกรี๊ดมักเกิดต่อเมื่อไม่ได้ดั่งใจ หรือเมื่อทำตัวดีแล้วไม่มีใครใส่ใจ เลยต้องใช้เสียงเรียกร้องไว้ก่อน เพราะเมื่อเด็กกรี๊ด ผู้ใหญ่ก็จะจี๊ด ต้องหาทางหยุดพฤติกรรมเหล่านี้ให้ได้ บางบ้านก็เข้าไปปลอบไปโอ๋ บางบ้านรุนแรงหน่อยก็ตีก็ฟาดกันเลย แต่นั่นล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเข้าทางไม้อ่อนหรือไม้แก่ เจ้าตัวเล็กก็สมใจแล้วที่ได้ใช้การกรี๊ดในการควบคุมผู้ใหญ่ ทีนี้ล่ะไม่พอใจหรืออยากเรียกร้องความสนใจเมื่อไหร่ก็กรี๊ดกันไม่ยั้ง

 

 

อย่างที่บอกแล้วว่า ไม่ว่าจะใช้ไม้อ่อนหรือไม้แก่หยุดพฤติกรรมเจ้าตัวเล็กเมื่อกรี๊ดแล้วย่อมไม่ได้ผล ดังนั้น ทางที่ดีคือควรจะแก้ที่สาเหตุ เช่น หากว่าเจ้าตัวเล็กกรี๊ดเนื่องจากเรียกร้องความสนใจก็ลองเอาใจใส่กับลูกสักนิด เวลาเขาอยากอวด หรือทำกิจกรรมใดที่ดี ก็ชมเชย ทำอะไรไม่ดี ก็ให้หาทางเบี่ยงเบน ลูกจะได้เรียนรู้ว่าการกรี๊ดไม่ใช่ทางออกของทุกสิ่ง

 

 

แต่บางบ้านเด็กกรี๊ดเพราะอารมณ์โกรธ อันนี้อยากให้คุณพ่อคุณแม่แนะนำลูกให้รู้จัก กับกิจกรรมที่จะระบายอารมณ์ได้อย่างสร้างสรรค์ เช่น การเล่นกีฬา ว่ายน้ำ เตะฟุตบอล หรือวาดรูปเล่าเหตุการณ์ที่โกรธ ระบายสี เป็นการระบายอารมณ์ในอีกรูปแบบหนึ่ง

 

 

พญ. วินัดนา ปิยะศิลป์ กุมารแพทย์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือสารพันปัญหาเด็กว่า การใช้กิจกรรมเป็นทางออกในการระบายอารมณ์นั้น จะทำให้เด็กผ่านภาวะเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากเด็กได้ไตร่ตรอง และระบายความรู้สึกผ่านการเล่น เพราะในชีวิตจริงนั้น เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วว่าลูกจะได้ทุกอย่างตามที่ต้องการอยู่แล้ว ความผิดหวัง ความเสียใจ ความโกรธแค้น จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น

 

 

สิ่งสำคัญอีกอย่างนั่นคือคุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยลูกในการฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วย เพราะถ้าหากเด็กสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งส่วนมากเป็นปัญหาในชีวิตประจำวันได้ เด็กก็คงไม่ต้องส่งเสียงกรี๊ดเพื่อเรียกร้องให้ผู้ใหญ่มาช่วย

 

 

พ.ญ. วินัดดา ปิยะศิลป์

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ