Haijai.com


รางวัล การลงโทษและอาหารของหวาน


 
เปิดอ่าน 607

รางวัล การลงโทษและอาหาร

 

 

T.Berry Brazelton, M.D. หรือ ดร.แบรี่ บราเซลตัน ผู้เขียนหนังสือขายดีที่รู้จักกันดีเรื่อง Touch Point (ทัชพอยต์) เป็นผู้ก่อตั้งแผนกพัฒนาการเด็กในโรงพยาบาลบอสตัน และเป็นศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ ที่แผนกการแพทย์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้กล่าวไว้ว่า

 

 

อย่าใช้รางวัลหรือการลงโทษ ในการจัดการกับพฤติกรรมการกินที่ท้าทายของเด็ก และอย่าให้รางวัลหรือลงโทษเด็กด้วยอาหารสำหรับวินัยในเรื่องอื่นๆ ด้วย เมื่ออาหารถูกใช้ในวิธีนี้ ความหมายที่แท้จริงของอาหารซึ่งเป็นปัจจัยเพื่อความอยู่รอดและสร้างความเพลิดเพลิน ก็จะถูกทำลายไป รวมทั้งความหมายในแง่บวกของมื้ออาหารก็จะสูญหายไปด้วยเช่นกัน ปัญหาการกินที่รุนแรงอาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าเศร้าใจ ตัวอย่างเช่น เมื่อพ่อแม่พูดว่า  “ลูกจะไม่ได้กินของหวาน ถ้าลูกทำตัวไม่ดี” เด็กที่รู้สึกว่าเธอต้องการที่จะลงโทษตัวเองได้ (หรืออาจทำให้ของหวานดูเย้ายวนใจมากขึ้น) เมื่อพ่อแม่พูดว่า “ถ้าลูกอยากให้คุณแม่ช่วยเป็นพิเศษ ก็ต้องตั้งใจกินดีๆ ให้หมด” เด็กที่อยากได้ความรักมากขึ้นหรือต้องการทำให้คุณแม่พอใจก็อาจกลายเป็นเด็กที่กินมากเกินไปได้เช่นเดียวกัน

 

 

หน้าที่ของคุณคือ การตัดสินใจในเรื่องประเภทและปริมาณอาหารที่จะให้แก่ลูก คุณสามารถสร้างบรรยากาศที่มีความสุขในเวลามื้ออาหาร แต่คุณไม่สามารถบังคับให้อาหารเข้าไปอยู่ในปากลูกได้ และคุณไม่สามารถทำให้ลูกกลืนมันลงไป เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเด็กที่จะเลือกกินอะไร เมื่อไหร่ และในปริมาณเท่าใดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากคุณพยายามติดสินบนหรือลงโทษเพื่อบังคับให้เด็กกิน คุณทำไม่สำเร็จจริงๆ หรอกครับ

 

 

แม้หากว่าเด็กได้เรียนรู้ที่จะสนุกกับมื้ออาหารและการป้อนอาหารของเธอกับคุณในปีแรก เธออาจเริ่มดื้อดึงและพยายามจะทดสอบในปีที่สอง แต้ถ้าคุณเตรีมตัวพร้อมคุณก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี และสามารถวางแผนที่จะสนุกไปกับลูกได้ อารมณ์ขันและอารมณ์ที่ดีของคุณจะเป็นปราการที่ดีที่สุด

 

 

ปล่อยให้ลูกทดสอบคุณเพียงแค่ขอให้รู้ว่าเธอได้รับสารอาหารที่ร่างกายต้องการก็เพียงพอแล้ว ตลอดทั้งปีที่สอง และสาม มื้ออาหารควรเป็นเวลาที่อบอุ่นและสนุก ไม่ใช่ความยากลำบากแสนสาหัส

 

 

ของหวาน

 

ควรให้ของหวานเป็นรางวัลแก่เด็กที่กินได้ดี และไม่ให้กับเด็กที่ไม่กินหรือไม่? ไม่เลยครับ ของหวานควรเป็นการปิดท้ายมื้ออาหาร ไม่ใช่รางวัลการทำให้ของหวานเป็นรางวัลจะยิ่งทำให้มันเป็นที่พึ่งปรารถนามากขึ้นมากกว่าอาหารอื่นที่เด็กจำเป็นต้องทาน! ให้ทุกคนในครอบครัวได้ทานของหวาน เหมือนกันหมด เพื่อที่จะได้ไม่กลายเป็นรางวัลหรือการลงโทษสำหรับบางคนไป

 

 

ของหวานประเภทที่คล้ายลูกกวาด หรือของหวานที่ผ่านกระบวนการมักจะเย้ายวนหรือล่อใจเด็กได้มากกว่าสินค้าเหล่านี้อยู่ในโฆษณาโทรทัศน์ที่จะทำให้เด็กอดใจไม่ได้ และอาจผลักดันให้เด็กทำเกินเลยไปถึงขั้นไม่ยอมหรือร้องไห้ เพราะอยากได้

 

 

หากของหวานกลายเป็นเป้าหมายของการต่อสู้ระหว่างคุณกับลูกก็ควรพยายามต่อรองเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นที่มีคุณค่าสารอาหารมากขึ้น เช่น ผลไม้, โยเกิร์ต, ไอศกรีม (ไขมันต่ำหากลูกมีปัญหาในเรื่องน้ำหนัก) และอื่นๆ แต่อย่าลงโทษลูกโดยการให้กินของที่มีประโยชน์! ถ้าหากของหวานประเภทที่หนัก หวาน และเต็มไปด้วยไขมัน เช่น ไอศกรีมซันเดย์, เค้า, คุกกี้ หรือขนมพุดดิ้งที่เข้มข้นมากๆ ที่คุณไม่เคยให้ลูกทานในวันปกติและสงวนให้เป็นบางโอกาส (เช่น งานเลี้ยงวันเกิด) อาจทำให้คุณและลูกรู้สึกทนทุกข์ทรมาน เธออาจทำให้คุณรู้สึกราวกับคุณได้กีดกันเธออย่างร้ายกาจ ก็ไม่ต้องกังวลครับ คุณยังไม่ได้ทำ และเธอจะผ่านมันไปได้   

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ