Haijai.com


มาสอนลูกให้รู้จักความรักกันเถอะ


 
เปิดอ่าน 998

มาสอนลูกให้รู้จัก ‘ความรัก’ กันเถอะ

 

 

ความรักทำให้โลกใบนี้สดใส น่าอยู่ขึ้นอีกเยอะจริงไหมคะ แล้วมุมมองที่เกี่ยวกับความรักของเจ้าตัวเล็กของเรานั้นล่ะเป็นแบบไหนกันน๊า... เด็กวัยเตาะแตะยังไม่รู้จักความรักหรอกค่ะ เขารู้แต่เพียงว่าคุณพ่อคุณแม่นั้นเป็นของๆ เขา ที่ถ้าเขาต้องการเมื่อไร อย่างไรนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นผู้ตอบสนองให้เขาทันที ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นการกอดปลอบ ของเล่น หรืออาหาร เขาต้องได้ตามที่ต้องการ เพราะเด็ก วัยนี้มักเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางค่ะ

 

 

เราทุกคนต่างเคยเรียนรู้มาแล้วว่า หากต้องการความรัก เราต้องเป็นฝ่ายมอบความรักก่อน หรือหากต้องการให้คนอื่นมีน้ำใจกับเรา เราก็ต้องมีน้ำใจ เรียนรู้ที่จะแบ่งปันสิ่งต่างๆ ให้ผู้อื่นก่อนเช่นกัน แต่ก่อนอื่นนั้นเราควรสอนให้ลูกน้อยวัยเตาะแตะรู้จักความรักก่อน โดยการเริ่มสอนจากเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัวก่อน เช่น เรื่องของการแบ่งปันและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะ “ความรัก” จะเป็นทักษะพื้นฐานของการดำรงชีวิตอย่างมีความสุขต่อไปนั่นเอง ที่สำคัญในฐานะพ่อแม่ที่จะต้องชี้นำแนวทางที่ถูกต้องให้ลูก คุณก็ควรให้คำแนะนำและเป็นตัวอย่างที่ดีในการทำสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเด็กๆ มักเรียนรู้จากการกระทำของผู้ใหญ่รอบๆ ตัวเขาค่ะ

 

 

มามะ มาปลูกรักในใจลูกกันเถอะ เปิดใจให้กว้าง เพื่อบทเรียนชีวิตของลูกน้อย

 

หัวใจสำคัญของการปลูกรักในใจลูกให้เป็นผลสำเร็จคือ การที่คุณมีความเมตตากรุณาต่อเจ้าตัวเล็กของคุณเองก่อน โดยเด็กตัวเล็กๆ มักทำสิ่งผิดพลาดได้เสมอ และพึงระลึกอยู่เสมอว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากความไม่รู้ของลูกนั้น คือบทเรียนชีวิตของลูก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องใจเย็นๆ มีสติ ไม่ควรตวาด เกรี้ยว กราด หรือทำโทษลูกราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความผิดมหันต์ เพราะยิ่งคุณทำโทษและใช้อารมณ์กับลูกมากเท่าไร ก็ยิ่งอาจไปปิดกั้นหัวใจดวงน้อยๆ ของลูกให้ไม่กล้าที่จะเรียนรู้ ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถาม หรือไม่กล้าพูดคุยกับคุณเอง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วก็คงเป็น การยากที่เมล็ดพันธุ์แห่งความรักในใจของลูกจะเจริญเติบโตผลิดอก ออกผลเพื่อคนอื่นๆ ต่อไป

 

 

สิ่งดีๆ ในสังคม เริ่มต้นจากครอบครัว

 

เจ้าตัวเล็กควรได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจว่า ความช่วย เหลือเล็กๆ น้อยๆ นั้นเป็นสิ่งที่ครอบครัวต้องการ เนื่องจากเขาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เพราะเราต่างอาศัยอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน และท้ายที่สุดคือ เพราะมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ควรกระทำ เช่น สอนให้ลูกเก็บที่นอนเองหลังจากตื่นนอน หรือเก็บของเล่นเข้าที่ทุกครั้งหลังเล่นเสร็จ โดยคุณอาจทำตารางหน้าที่ความรับผิดชอบของลูกติดไว้ในที่ที่เห็นได้ชัด เมื่อลูกทำตามหน้าที่ในแต่ละวันได้สำเร็จ ก็อาจมีรางวัลหรือคำชมเชยเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้ลูกรู้สึกภูมิใจกับสิ่งที่เขา มีส่วนได้ช่วยทำด้วย

 

 

ใส่ใจ ห่วงใย และเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน

 

แสดงให้ลูกเห็นว่าคุณมีความเห็นอกเห็นใจให้กับบุคคลรอบกาย ด้วยการใส่ใจ และห่วงใยความเป็นไปของกันและกัน เริ่มง่ายๆ จากคนในครอบครัว หากว่าคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายไม่สบาย คุณก็อาจจะชวนลูกไปเยี่ยมที่บ้าน โดยซื้อของฝากติดไม้ติดมือไปด้วย หรือจะชวนลูกเข้าครัวเพื่อทำอาหารไปเยี่ยมก็ได้ การแสดงความมีน้ำใจ ห่วงหาอาทรกันและกันแบบนี้ให้เจ้าตัวเล็กเห็นจนกลายเป็นกิจวัตร สิ่งดีๆ เหล่านี้ก็จะค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในจิตใจของลูก และส่งผ่านไปยังสังคมโดยอัตโนมัติค่ะ

 

 

รักเรา รักษ์โลก

 

นอกจากความห่วงใยซึ่งกันและกันแล้ว การห่วงใยโลกใบนี้ซึ่งพวกเราอาศัยอยู่ก็เป็นสิ่งที่คุณควรทำให้ลูกเห็นความสำคัญด้วย เริ่มง่ายๆ จากการทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง หากคุณหรือลูกบังเอิญทำเศษกระดาษตกพื้น ก็อย่าละเลยที่จะเก็บเศษกระดาษนั้นไปทิ้งให้ถูกที่ นอกจากความรู้สึกดีๆ ที่คุณจะรู้สึกได้จากการทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้แล้ว เจ้าตัวเล็กที่เฝ้ามองคุณอยู่ก็ยังได้เรียนรู้สำนึกที่ดีไปพร้อมกันด้วย เพราะการเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกนั้นเป็นหน้าที่ซึ่งพ่อแม่ที่ดีควรกระทำค่ะ

 

 

แบ่งปันความรักให้กัน

 

เรื่องง่ายๆ ที่ทุกบ้านทำได้ แต่มักมองข้ามไปค่ะ คือการบริจาคสิ่งของให้แก่ผู้ที่ด้อยโอกาส หากตู้หนังสือที่บ้านเริ่มเต็ม หรือร่างกายของลูกเริ่มเติบโตจนใส่เสื้อผ้าไม่ได้ ลองจัดเก็บของที่ไม่ใช้แล้วลงกล่อง และชวนเจ้าตัวเล็กไปแบ่งปันสิ่งเหล่านี้ให้กับผู้อื่น สิ่งนี้เป็นบทเรียนแห่งการแบ่งปันบทแรกๆ ที่คุณและลูกสามารถทำได้ด้วยกัน อีกทั้งการทำให้ลูกเห็นว่าคุณทำสิ่งที่นอกเหนือไปจากหน้าที่ของคุณ เช่น ยินดีหากเพื่อนบ้านต้องการความช่วยเหลือ หรือฝากดูแลสุนัขขณะที่เขาต้องไปต่างจังหวัด หรือชวนลูกไปอ่านหนังสือให้กับคนตาบอด การที่คุณเสียสละเวลาของคุณทำสิ่งต่างๆ เพื่อคนอื่นอย่างเต็มใจและมีความสุขนี้ ไม่เพียงแต่ลูกจะภูมิใจในตัวคุณ แต่เขายังมองคุณเป็นแบบอย่างในการทำความดีอีกด้วย

 

 

มองโลกในมุมบวก

 

ในโลกแห่งข้อมูลข่าวสารและการแข่งขันอย่างทุกวันนี้ เป็นไปได้มากที่เจ้าตัวเล็กจะรู้สึกว่าโลกรอบตัวของเขาช่างโหดร้ายและอันตราย ดังนั้นคุณควรชักชวนให้ลูกมองสิ่งดีๆ ของโลกใบนี้ ให้ลูกน้อยได้รู้สึกว่าในโลกใบนี้ยังมีเรื่องราวอีกมากมาย ไม่ใช่เพียงแค่ความโหดร้ายที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ผ่านสื่อเท่านั้น

 

 

อย่างไรก็ตามการที่คุณจะฝึกให้ลูกมองโลกในมุมบวกได้ คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมองโลกในมุมบวกเช่นกัน ที่สำคัญหากคุณอยากให้ลูกโตขึ้นเป็นคนแบบไหน คุณพ่อ คุณแม่ก็ต้องเป็นต้นแบบนั้นให้กับลูกด้วย เพราะสุดท้ายแล้วตัวลูกเองนั่นแหละ ที่จะกลายเป็นกระจกเงาสะท้อนตัวตนของคุณออกมา แล้วคุณล่ะ อยากให้ลูกโตขึ้นเป็นคนแบบไหน ???

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ