Haijai.com


ลูกเป็นเด็กสมาธิสั้น เราจะทำอย่างไร


 
เปิดอ่าน 705
 

Q : ถ้าคุณหมอบอกว่าลูกเป็นเด็กสมาธิสั้น และต้องกินยา เราจะทำอย่างไรดีคะ

 

 

A : ช่วงนี้ไม่ทราบเป็นอะไรค่ะ แต่ลูกศิษย์ตัวเล็กๆของหนูดีพากันถูกคุณหมอติดป้าย  ADD และ ADHD กันให้เป็นแถวเลย ได้รับฟังจากคุณพ่อคุณแม่แล้วหนูดีก็ตกใจ และตามสไตล์คนทำงานด้านสมองก็ขอดูผลวินิจฉัยจากคุณหมอให้แน่ชัด เพราะหนูดีรู้ดีว่า เรามีเด็กสมาธิสั้นเทียมเยอะแยะมากมาย เพราะคุณหมอวินิจฉัยผิด อารมณ์ประมาณเป็นคนขี้ลืมที่โดนวินิจฉัยว่าเป็นอัลไซเมอร์นั่นล่ะค่ะ เด็กบางคนแค่ซนและไม่มีวินัยในพฤติกรรม หรือ แค่ชอบเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหวร่างกาย ก็จะถูกเหมารวมเป็นเด็ก ADHD กันไปเสียมาก ในรายลูกศิษย์หนูดีคนนี้ ก็ปรากฎว่า น่าจะเป็นสมาธิสั้นเทียมเสียแล้ว เพราะดูรายงาน คุณหมอได้มองเห็นเด็กแค่ยี่สิบนาทีเอง ตัดสินเฉยเลยว่าเป็น ADHD ให้ยามากินอีกต่างหาก อันตรายนะคะนั่น เป็นโรงพยาบาลใหญ่ในกรุงเทพฯที่หนูดีไปหาหมอมาตั้งแต่เด็กเสียด้วย  พ่อแม่คนไหนเจอกรณีแบบนี้ อย่าเพิ่งปักใจนะคะว่าลูกเราเป็น ให้ลองสังเกตเขาอย่างใกล้ชิดว่า เขาเป็นเด็กที่ต้องเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหวหรือเปล่า

 

 

ตัวหนูดีเองเป็นคนที่ต้องเคลื่อนไหว ถึงจะเรียนรู้ ถ้าใครมาบังคับหนูดีให้นั่งนิ่งๆ รับรองหลับค่ะ ไม่อย่างนั้นก็เบื่อ วาดการ์ตูนไปเรื่อยเปื่อย แต่ถ้าได้เรียนรู้ผ่านการยกมือถามครู พูดคุย ค้นคว้า ถกเถียงทางวิชาการกับเพื่อน ได้ลุกขึ้นยืนเปลี่ยนกลุ่ม ถ้าสมัยเด็กหน่อยก็ได้ออกไปโยนลูกบอลเล่นกับเพื่อน ได้วิ่งไล่จับ ได้กระโดด โอ้โห หนูดีเรียนรู้ได้มหาศาลด้วยความตื่นตัวและเต็มใจ แถมจำได้ดีอีก และจนปัจจุบันคนก็ยังชอบทักว่า หนูดีเป็นเด็กไฮเปอร์รึเปล่า ทำงานสองร้อยแปดสิบอย่างในเวลาเดียวกัน

 

 

จะบอกว่า อาจารย์หนูดีที่ฮาร์วาร์ดทั้งหลาย ก็อาการเดียวกันกับหนูดีเลยค่ะ คือ ทำหนึ่งล้านโปรเจ็คในเวลาเดียวกัน เรายังเคยพูดกันเล่นๆว่า ต้องจับคนพวกนี้มาทำวิจัยดูซิ ว่าสมองเขาทำงานอย่างไร คนบางคน ให้ทำงานอย่างเดียว เขาอยู่ไม่ได้เลย มันไม่น่าตื่นเต้น และจะบอกว่า อาจารย์หนูดีหลายท่าน ในวัยเด็กเคยถูกวินิจฉัยว่า เป็นเด็ก ADHD ค่ะ หลายท่านต้องกินยาด้วย จนมารู้เมื่อโตแล้วว่า เขาไม่ได้เป็น เขาแค่เป็นคนที่ต้องทำนู่นทำนี่ หยุดไม่ได้ตลอดเวลา และหลายท่านก็เป็นคนเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหวพูดคุยเหมือนหนูดีเปี๊ยบ ฟังแล้วหนูดีขอบคุณฟ้าดินที่ตอนเล็กๆแม่ไม่พาหนูดีไปพบแพทย์ไม่อย่างนั้น เด็กดื้อและซนขนาดหนูดีคงโดนกินยาริตาลินเรียบร้อย อยากบอกว่า ครูอนุบาลของหนูดี มาถามเขาเดี๋ยวนี้ เห็นยังเข็ดเด็กหญิงหนูดีไม่หาย เพราะดื้อ ซน ปีน เถียง ครบชุด พวกเพื่อนๆแม่เห็นหนูดีตอนนี้ ยังมาแสดงความยินดีกับแม่ตลอด เพราะ “นึกว่าจะเลี้ยงไม่รอดซะแล้วคนนี้ มันซนเหลือเกิน”

 

 

ดังนั้น เมื่อลูกถูกคุณหมอติดป้ายเข้าป้ายหนึ่ง อย่าเพิ่งเชื่อปักใจนะคะ ลูกเราอาจมีความแตกต่างทางการเรียนรู้ก็ได้ เหมือนหนูดีไงคะ พอได้เรียนด้วยวิธีที่หนูดีชอบ หนูดีก็เรียนได้เรียนดี วันที่จบฮาร์วาร์ด หนูดีลงจากเวทีแล้วอยากจะเอาปริญญาอุ่นๆไปให้แม่ทั้งใบ เพราะรู้แก่ใจว่า “ความเชื่อ” และ “ความตั้งใจ” ของคนเป็นพ่อแม่ เป็นสิ่งที่ทำให้ลูกก้าวมาได้ไกลขนาดนี้ ใครที่ลูกยังเล็กและเพิ่งได้รับฟังคำว่า “ลูกคุณเป็น ADD” ก็อย่าเพิ่งท้อใจค่ะ มีวิธีอีกมากมายให้ลูกเราเรียนรู้ ถ้านั่งนิ่งๆแล้วไม่ดี ลองให้เขาเคลื่อนไหวมากขึ้นดูนะคะ ถ้าเด็กแบบหนูดีจบฮาร์วาร์ดมาได้ เด็กคนอื่นๆที่ทั้งซนทั้งไม่อยู่นิ่งก็ทำได้เหมือนกัน โตขึ้นแล้วพวกซนๆแบบเรานี่ล่ะค่ะ ที่ทำงานได้มากมาย เพราะคนทำงานที่ไม่อยู่นิ่ง คือ คนได้เปรียบนะคะ

 

 

Brain Tips

 

รู้ไหมคะว่า สารเคมีความสุขที่เราเรียกกันว่า “เอนดอร์ฟิน” นั้น หลั่งออกมาเมื่อเราขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกาย ออกกำลังกาย ทำท่าเบรนยิม ฯลฯ แต่ไม่ใช่แค่นั้นนะคะ งานวิจัยหนึ่งบอกว่า แค่คนเรา “คิด” ว่าจะไปออกกำลังกายนั้น ร่างกายเราก็หลั่งสารความสุขนี้ ออกมาให้แล้วค่ะ พวกเหล่าลูกศิษย์ที่ไม่ชอบออกกำลังของหนูดีได้ยินงานวิจัยเลยได้ที ถามหนูดีว่า “ถ้าอย่างนั้น แค่คิดก็พอแล้วใช่ไหมครับ” จริงๆแล้ว การ “คิด” เป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่มันไม่เพียงพอนะคะ ยิ่งเคลื่อนไหวมาก ยิ่งได้เสพสารความสุขมาก เพราะฉะนั้น ถ้าคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี เพื่อบำรุงสมอง หนูดีแนะนำให้ลุกจากโต๊ะเลยตอนนี้ แล้วเดินออกไปหายใจลึกๆ บิดขี้เกียจในสวนหลังบ้านสักสองสามนาที ก็สมองสดใส ดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ

 

 

คำถามจากคุณแม่จำนวนมาก

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ